หนอนพยาธิที่สำคัญในสัตว์เลี้ยง

พยาธิในสัตว์เลี้ยง สัตว์เลี้ยงที่มีปัญหาเรื่องปรสิตภายในร่างกายนั้น จะแสดงอาการได้หลากหลาย ขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย เช่น อายุ ภาวะโภชนาการ ปริมาณปริสิต และระยะเวลาที่ติดเชื้อ เป็นต้น อาการที่พบได้บ่อยที่สุดคือ ท้องเสีย ส่วนอาการอื่นๆ ที่พบได้ เช่น เบื่ออาหาร อ่อนแรง ไอ และช่องท้องขยายใหญ่ อย่างไรก็ดี สัตว์เลี้ยงบางตัวแม้จะมีปรสิตภายใน เช่น พยาธิจำนวนมาก กลับไม่แสดงอาการ แต่จะเป็นตัวแพร่กระจายเชื้อให้กับสัตว์ตัวอื่น ที่อยู่ร่วมกัน ส่วนมากแล้ว ปรสิตจะก่อปัญหาในสัตว์อายุน้อยและสัตว์อายุมากเป็นหลัก ซึ่งการมีปรสิตจะส่งผลต่อร่างกายทำให้ทรุดโทรม และมีโอกาสเป็นโรคต่างๆ ตามมาได้ง่ายขึ้น เช่น สามารถพบได้บ่อยว่า ลูกสุนัข มีปัญหาเรื่องของโรคลำไส้อักเสบติดต่อจากเชื้อพาร์โวไวรัสร่วมกับการมีพยาธิอยู่ด้วย

นอกจากความชุกของปรสิตหนอนพยาธิเหล่านี้มีสูง บางครั้งไม่แสดงอาการ รวมถึงสามารถติดต่อสู่คนได้ในบางครั้ง สุนัขควรได้รับการตรวจอุจจาระเป็นประจำปีละ 2 ครั้ง หรือมากกว่าในบางกรณีที่เลี้ยงแบบปล่อย และถึงแม้ว่าผลการตรวจสอบจะเป็นลบ ก็ควรมีการถ่ายพยาธิทุก 6 เดือน

การวินิจฉัยหนอน พยาธิในสัตว์เลี้ยง

การวินิจฉัยจะใช้การตรวจหาไข่พยาธิในอุจจาระด้วยกล้องจุลทรรศน์เป็นหลัก อย่างไรก็ดี ปริมาณไข่ที่พบอาจไม่สัมพันธ์กับความรุนแรงและจำนวนพยาธิเสมอไป นั่นหมายถึงว่า การตรวจที่ไม่พบไข่ของพยาธิไม่ได้ยืนยันว่าสัตว์ตัวนั้นปลอดจากพยาธิภายใน หากมีอาการบ่งชี้ว่าอาจจะมีพยาธิก็สามารถให้การรักษาได้แม้จะไม่พบไข่พยาธิก็ตาม เพราะไข่พยาธิไม่ใช่สิ่งที่ตรวจพบได้ง่ายๆ บางครั้งต้องใช้การวินิจฉัยด้วยการหาพยาธิตัวเต็มวัยในการผ่าซาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งพวกพยาธิตัวแบน

วิธีการตรวจหาไข่พยาธิหลักๆ ที่ใช้กัน เช่น direct smear และ floatation technique โดย direct smear คือการนำอุจจาระปริมาณเล็กน้อยป้ายลงบนกระจกสไลด์ อาจหยดน้ำเกลือเล็กน้อย แล้วนำไปส่องตรวจดู ซึ่งวิธีการนี้มีประโยชน์คือ สามารถทำได้รวดเร็วและไม่ยุ่งยาก รวมถึงใช้ตรวจหาไข่พยาธิตัวแบนหรือปรสิตบางชนิดซึ่งพบได้ยากในการทำ floatation technique ได้

วิธีที่สอง floatation technique เป็นวิธีที่แม่นยำมากที่สุดในการตรวจหาไข่พยาธิส่วนมาก อุจจาระจะถูกละลายในน้ำเกลือเข้มข้น (หรืออาจมีการใช้สารละลายตัวอื่นได้) และผ่านการกรอง ทำให้ไข่พยาธิลอยตัวขึ้นมาและติดมากับกระจกปิดสไลด์ แล้วนำไปส่องดู เทคนิคนี้เป็นการเพิ่มความหนาแน่นของไข่พยาธิในสไลด์ จึงมีโอกาสตรวจพบได้มากขึ้น อย่าไรก็ดี ไข่พยาธิตัวแบนอาจแตกในกระบวนการเหล่านี้ ทำให้ตรวจไม่พบ (การตรวจไข่พยาธิพวกนี้มักใช้การตกตะกอนหรือ sedimentation technique มากกว่า)

กรณีไม่สามารถตรวจได้ทันที อุจจาระที่นำมาตรวจควรเก็บในภาชนะที่สะอาด มิดชิด และแช่เย็นไว้เพื่อยืดเวลาการพัฒนาการของตัวอ่อน ห้ามแช่แข็ง เพราะไข่พยาธิจะแตก และควรตรวจภายใน 12 ชั่วโมง เพื่อความแม่นยำยิ่งดำเนินการล่าช้าออกไป ยิ่งเป็นการเพิ่มโอกาสให้ตัวอ่อนที่จะฟักออกจากไข่ และตรวจพบได้ยากขึ้น

รายชื่อหนอนพยาธิที่สำคัญในสัตว์เลี้ยง

  • พยาธิตัวแบน (Tapeworms)
  • พยาธิตัวแบนชนิดอื่นๆ
  • พยาธิตัวกลม (Roundworms)
  • พยาธิไส้เดือน
  • พยาธิปากขอ (Hookworms)
  • พยาธิแส้ม้า (Whipworms)
  • พยาธิตัวจี้ด
  • พยาธิหลอดอาหาร
แชร์ให้เพื่อน