โรคพยาธิเม็ดเลือด

โรคพยาธิเม็ดเลือด ในสุนัขภัยร้ายที่ไม่ควรมองข้าม

โรคพยาธิเม็ดเลือด ในสุนัขเป็นโรคที่พบบ่อยโรคหนึ่ง และเป็นโรคที่มีโอกาสทำให้สุนัขเสียชีวิตได้ แต่ถึงอย่างไรก็ตามเราก็สามารถป้องกันการเกิดโรคพยาธิเม็ดเลือดนี้ได้ โดยจะทำได้อย่างไร มาเริ่มทำความรู้จักกับโรคนี้กันดีกว่า

สุนัขเป็น โรคพยาธิเม็ดเลือด ได้อย่างไร

พยาธิเม็ดเลือดสามาถพบได้ในสุนัขทุกเพศทุกวัย ทุกสายพันธุ์ โดยมีพาหะนำโรคนี้คือ เห็บ นั่นเอง ทั้งนี้จำนวนเห็บมากหรือน้อย ไม่ได้บอกว่าสุนัขของคุณจะไม่เกิดโรคนี้ แม้มีเห็บแค่ตัวเดียวถ้าเห็บที่กัดมีพยาธิเม็ดเลือดอยู่ก็สามารถเป็นโรคได้แล้ว

เมื่อเห็บดูดเลือดจากสุนัขที่มีเชื้อ E.Canis เข้าไป เชื้อจะเข้ามาอยู่ในตัวเห็บ จากนั้นถูกปล่อยออกมากกับน้ำลายของเห็บขณะที่กินเลือดสุนัขอีกตัว เมื่อเข้าสู่ร่างกายสุนัขแล้วพยาธิจะอาศัยอยู่ในเม็ดเลือดขาวชนิดโมโนไซต์ และลิมโฟไซต์ และมีระยะฟักตัว 8-20 วันก่อนจะปรากฎอาการ

โรคพยาธิเม็ดเลือด

อาการของสุนัขที่เป็น โรคพยาธิเม็ดเลือด

สำหรับอาการที่พบทั่วไปมี 2 ระยะ คือ ระยะเฉียบพลัน (1-4 สัปดาห์) สุนัขจะมีไข้ขึ้นๆ ลงๆ ซึม เบื่ออาหาร ต่อมน้ำเหลืองโต ม้ามโต บางตัวพบเลือดกำเดาไหล จุดเลือดออกตามตัว จากนั้นสุนัขที่มีภูมิที่ดีจะสามารถพัฒนาภูมิคุ้มกันมาทำลายเชื้อได้ แต่ถ้าภูมิคุ้มกันไม่ดีพอ เชื้อพยาธิจะพัฒนาเข้าสู่อาการแบบเรื้อรัง (40-20 วัน)

ซึ่งอาการจะมีตั้งแต่ ซึม อ่อนแรง เบื่ออาหาร น้ำหนักลด เยื่อเมือกซีด มีไข้สูง เลือดกำเดาไหลมาก ปัสสาวะเป็นเลือด หายใจลำบาก จนถึงไขกระดูกทำงานบกพร่อง ภูมิคุ้มกันทำลายกันเอง ทำให้โลหิตจาง เม็ดเลือดขาวและเกล็ดเลือดต่ำ ไตวาย ตับอักเสบ ข้ออักเสบ เยื้อหุ้มสมองอักเสบ  นำไปสู่การเสียชีวิตได้

การป้องกัน รักษา โรคพยาธิเม็ดเลือด

การให้ยาฆ่าพยาธิเม็ดเลือดนและการรักษาตามอาการ โดยรักษาอย่างต่อเนื่อง อย่างน้อย 3-4 สัปดาห์ ร่วมกับการเจาะเลือดเพื่อประเมินค่าเม็ดเลือดแดงและเกล็ดเลือดเป็นระยะ และต้องติดตามผลต่ออีก 6 เดือน ถึง 1 ปี

การป้องกันโรคพยาธิเม็ดเลือดนั้นจะต้องอาศัยการเอาใจใส่ดูแลจากเจ้าของสุนัข โดยการป้องกันการติดเห็บ ปัจจุบันมีหลายวิธีและหลายผลิตภัณฑ์ ให้เลือกตามความเหมาะสม เช่น ตามลักษณะพื้นที่อยู่อาศัยและลักษณะการเลี้ยง รวมทั้งใช้ ยากำจัดเห็บหมัด ทั้งแบบฉีดและหยด มีให้เลือกหลายยี่ห้อ แต่ควรเลือกใช้ยาที่ถูกต้องตามกฎหมายและคำแนะนำของสัตวแพทย์

นอกจากนี้ควรตรวจเลือดน้องหมาอย่างน้อยปีละครั้ง ซึ่งนอกจากการตรวจเลือด ฉีดวัคซีนป้องกันแล้ว ท่านเจ้าของสัตว์เลี้ยงก็ต้องร่วมมือด้วยโดยการดูแลเอาใจใส่ ทำความสะอาดที่อยู่อาศัย ปราศจากเห็บหมัดอยู่เสมอ

Join The Discussion